พลิกโฉมธุรกิจของคุณให้กลายเป็น “Digital”

ในยุคปัจจุบันไม่มีใครหลีกเลี่ยงจากเทคโนโลยีได้เลย มีแต่จะใช้เทคโนโลยีกันมากขึ้น เพราะมีความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีก็ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับการใช้ชีวิตของผู้คนไปแล้ว องค์กรหลายแห่งก็เริ่มปรับตัวกันเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะเป็นผู้นำในตลาดให้ได้ แล้วคุณเองจะรอช้าอยู่ทำไม มาพลิกโฉมองค์กรของคุณให้กลายเป็น Digital จะได้แข่งขันทางธุรกิจได้เต็มกำลัง

สัญญาณเตือนว่าธุรกิจคุณต้องเปลี่ยนแปลง

ความล่าช้าในการใช้เทคโนโลยี: หากธุรกิจยังใช้เทคโนโลยีแบบเดิม ๆ อยู่หรือไม่ได้นำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ องค์กรของคุณก็จะเริ่มถูก Disruption เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่นที่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการบริการลูกค้า

การสูญเสียลูกค้า: ปัจจุบันลูกค้ามีความต้องการด้านเทคโนโลยีสูงอาจเลือกธุรกิจที่มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาในการให้บริการหรือจัดการธุรกิจ หากธุรกิจไม่ทันสมัย ก็จะทำให้สูญเสียฐานลูกค้าเดิมและหมดโอกาสดึงดูดลูกค้าใหม่

การพลาดโอกาส: ในยุคดิจิทัลมีโอกาสและแนวโน้มใหม่ ๆ เช่น การใช้ข้อมูลอย่างมหาศาลในการตัดสินใจ การใช้ประสบการณ์ผู้ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ หากธุรกิจตามไม่ทันเทรนด์ใหม่ ๆ และไม่พัฒนาตามโอกาสเหล่านี้ องค์กรอาจพลาดการเป็นผู้นำในตลาดไปเลยก็ได้

ข้อจำกัดทางองค์กร: บางครั้งธุรกิจมีโครงสร้างหรือกระบวนการที่ซับซ้อนและยากต่อการปรับเปลี่ยน อาจเกิดความยากลำบากในการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ หรือเอาแต่ยึดติดกับกระบวนการเดิม ๆ จนไม่ยอมปรับหรือเปลี่ยนแปลงก็จะหยุดอยู่ที่เดิมนี้ตลอดไป

องค์กรควรทำความเข้าใจใหม่กับกระบวนการทำงานแบบเดิมว่ามันเวิร์คจริง ๆ แล้วหรือยัง และต้องเสริมจุดไหนเพื่อให้องค์กรเติบโตไปข้างหน้าอย่างไม่มีสะดุด หากยังอยากให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนก็ต้องปรับตัวก่อนธุรกิจของคุณจะถูกคู่แข่งกลืนหายไป

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับความเป็น Digital?

ธุรกิจทุกขนาดและทุกประเภทไม่สามารถเพิกเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลได้ เนื่องจากถ้าไม่ปรับตัวและไม่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ธุรกิจก็อาจเสี่ยงที่จะถูกลบออกจากตลาดและถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในอนาคต

ในขณะเดียวกันการสร้างองค์กรให้เป็น Digital ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับหลายองค์กรที่กำลังเริ่มเข้าสู่การทำ Digital Transformation ต้องมีการปรับเปลี่ยนหลายอย่างในองค์กรทั้งด้านเทคโนโลยีและบุคลากร

อ่านเพิ่มเติม 7 กลยุทธ์ ให้พนักงานทุกคนปรับตัวเท่าทันเทคโนโลยี คลิก

5 กลยุทธ์เปลี่ยนองค์กรของคุณให้เป็น Digital

1. รวบรวม และ วิเคราะห์ข้อมูล

ก่อนจะเริ่มทำการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ควรทำการประเมินและวิเคราะห์กระบวนการทำงานขององค์กรก่อนว่ามีข้อดีและข้อเสียอย่างไร มีส่วนใดที่สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้บ้าง

การประเมินนี้จะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นในการวัดประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานที่มีอยู่ในองค์กร จะเป็นการพิจารณาถึงเวลาที่ใช้ในการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน และระบุปัญหาหรือข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น

โดยการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจดีขึ้นว่ามีข้อจำกัดใดในกระบวนการทำงานปัจจุบันและมีโอกาสในการปรับปรุงอย่างไร เมื่อเรามีข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ เราสามารถตัดสินใจเลือกใช้เครื่องมือหรือกระบวนการใหม่ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของทีมได้

2. ผู้บริหารต้องเปิดใจ

การเปลี่ยนองค์กรให้เป็น Digital นั้นไม่เพียงแค่ใช้แต่เทคโนโลยีเท่านั้น แต่เรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือผู้บริหารหรือหัวหน้านั่นเอง เพราะเป็นเหมือนบุคคลที่ชี้นำทางให้แก่พนักงาน สร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้กับพนักงานและองค์กร

ดังนั้น ผู้บริหารหรือหัวหน้าจึงมีบทบาทสำคัญในการนำการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในองค์กร เป็นผู้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับ Digital transformation ซึ่งมีโอกาสสำเร็จมากขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า เมื่อมีการสนับสนุนจากผู้นำระดับสูงในองค์กร

3. ตั้งเป้าหมาย และ วัตถุประสงค์ที่ชัดเจน

การกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างองค์กรให้เป็น Digital เนื่องจากช่วยให้องค์กรมีการทำงานและแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน ช่วยสร้างความมุ่งมั่นและความสามารถในการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น

การกำหนดเป้าหมายในการทำ Digital Transformation ควรเป็นเป้าหมายที่ท้าทายและเกี่ยวข้องกับธุรกิจขององค์กร โดยจะต้องสามารถวัดผลเป็นตัวเลขได้ ตั้ง OKRs ให้ท้าทายเริ่มต้นอย่างไร คลิก

วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนช่วยให้องค์กรมีความมุ่งมั่นในการทำ Digital transformation และช่วยให้เกิดการกระตุ้นและการทำงานร่วมกันในองค์กร ตัวอย่างเช่นวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนอาจเป็นการเพิ่มรายได้ด้วยการนำเทคโนโลยีทางด้านดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการการขายหรือการตลาด

4. สร้างวัฒนธรรมที่พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลง

การสร้างวัฒนธรรมที่พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงเป็นกระบวนการที่ต้องมีความยืดหยุ่นและคิดเชิงบวก เพื่อให้บุคลากรและองค์กรมีความพร้อมในการปรับตัวและรับมือกับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้น นี่คือขั้นตอนที่สามารถช่วยให้คุณสร้างวัฒนธรรมที่พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงได้

- การสร้างพื้นที่ให้บุคลากรสามารถทดลองผิดพลาดและเรียนรู้จากประสบการณ์ ส่งเสริมการนำเสนอไอเดียใหม่ และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากความล้มเหลวและพัฒนาตนเองต่อไป

- ส่งเสริมการทำงานร่วมกันและความร่วมมือ สร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนการทำงานทีมและความร่วมมือกันภายในองค์กร สร้างโอกาสให้ผู้คนทำงานร่วมกันผ่านโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือ ประเมินและพัฒนาทักษะการทำงานทีม

5. ลงทุนกับเทคโนโลยีที่คุ้มค่า

การลงทุนในเทคโนโลยีที่คุ้มค่าเป็นการลงทุนที่มีผลต่อรายได้และความเจริญของธุรกิจในระยะยาว ซึ่งอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อให้การลงทุนคุ้มค่าที่สุดจะต้องมีการวิเคราะห์ระดมความคิดเห็นกันภายในองค์กรถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในองค์กร ให้เข้าใจถึงความต้องการและจะได้เลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การทำงานในแต่ละส่วนได้

สรุป

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ไม่มีวันหยุด เราเชื่อว่าไม่มีใครที่อยากให้องค์กรของตนเองหยุดอยู่ที่เดิมเช่นกัน ฉะนั้น การนำพาองค์กรไปสู่ความเป็น Digital ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้ไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดด และเร่งความสำเร็จให้เข้ามาใกล้คุณมากยิ่งขึ้น

เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทีมด้วย Workflow ให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ปรับธุรกิจให้พร้อมเปลี่ยนแปลง หรือ เปลี่ยนไปเรื่อยกันแน่?

5 ขั้นตอนออกแบบวัฒนธรรมองค์กรเพื่อรากฐานที่แข็งแกร่งขอธุรกิจ

ออกแบบวัฒนธรรมองค์กรให้เติบโตและเป็นที่น่าสนใจในโลกธุรกิจ การออกแบบวัฒนธรรมองค์กรให้เติบโตและเป็นที่น่าสนใจในโลกธุรกิจเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญมากในยุคที่สมัยการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและการแข่งขันที่รุนแรงในสากล เพื่อที่จะประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน องค์กรต้องมีวัฒนธรรมที่สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลง สร้างความน่าสนใจในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ วัฒนธรรมองค์กรสำคัญอย่างไรกับการทำธุรกิจ วัฒนธรรมองค์กรเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการทำธุรกิจอย่างมีนัยสำหรับความสำเร็จและความยั่งยืนขององค์กร

Charida Sinphongphaisan

Charida Sinphongphaisan