AI Adoption ไม่ได้แพ้เทคโนโลยี แต่แพ้ Mindset องค์กร ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “AI Adoption” กลายเป็นวาระสำคัญขององค์กรทั่วโลก ทุกอุตสาหกรรมต่างพูดถึงปัญญาประดิษฐ์ในฐานะเครื่องมือที่จะพลิกเกมการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า งบประมาณด้านเทคโนโลยีถูกจัดสรรเพิ่มขึ้น โครงการ AI ถูกผลักดันอย่างเร่งด่วน และคำว่า Digital Transformation ถูกใช้เป็นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารระดับสูง อย่างไรก็ตาม ภาพความคาดหวังที่สวยงามกลับไม่สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจร
Charida Sinphongphaisan
หลายองค์กรพูดถึง Digital Transformation มาหลายปี ลงทุนระบบใหม่ จ้างที่ปรึกษา ซื้อเครื่องมือ AI ล่าสุด แต่เมื่อมองกลับไปที่การทำงานจริงในแต่ละวัน ทุกอย่างกลับยังเหมือนเดิม งานยังทำด้วยวิธีเดิม การตัดสินใจยังช้า และ AI กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงในห้องประชุม มากกว่าจะถูกใช้บนโต๊ะทำงานของพนักงาน คำถามคือ Digital Transformation ล้มเหลวเพราะเทคโนโลยีไม่ดีพอ หรือเพราะคนในองค์กรยังไม่กล้าใช้มันจริง ๆ กันแน่ ในยุคที่ AI เข้าถึงง่ายกว่าที่เคย ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าองค์กร “ไม่มี AI” แต่อยู่ที่ว่าไม่มีใครกล้
หลายองค์กรพูดถึง Digital Transformation มาหลายปี ลงทุนทั้งระบบ ทั้งเครื่องมือ ทั้งทีมงาน แต่พอมาถึงยุคที่ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานจริงในทุกวัน คำถามสำคัญเริ่มเปลี่ยนจาก “เราทำดิจิทัลแล้วหรือยัง?” กลายเป็น “เราทำงานเร็วและฉลาดพอไหม เมื่อคู่แข่งเริ่มใช้ AI เป็นแกนหลักของธุรกิจ?” วันนี้องค์กรที่ “ทำ Digital Transformation แบบเดิม” ไม่ได้ผิดค่ะ แต่อาจ “ไม่พอ” อีกต่อไป เพราะโลกธุรกิจไม่ได้แข่งกันแค่ใครมีระบบใหม่กว่า…แต่แข่งกันที่ใคร ตัดสินใจได้เร็วกว่า เข้าใจลูกค้าได้ลึกกว่า และปรับตัวได้ไว
โลกธุรกิจไม่ได้ช้าลง แต่เร็วขึ้นทุกวัน ข้อมูลเพิ่มขึ้น งานซับซ้อนขึ้น และความคาดหวังของลูกค้าสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “คนในองค์กรทำงานหนักพอหรือยัง” แต่คือ “เรายังให้คนทำงานที่ควรเป็นของ AI อยู่หรือเปล่า?” AI Automation เกิดขึ้นจากจุดเปลี่ยนนี้ เมื่อองค์กรเริ่มตระหนักว่า Digital Transformation จะไม่สำเร็จ หากยังใช้ “คน” แก้ปัญหาที่ “ข้อมูล” และ “ระบบอัจฉริยะ” ทำได้ดีกว่า AI Automation คืออะไร AI Automation ไม่ได้หมายถึงแค่ระบบที่ทำงานแทนคน หรือ AI ที่มีไว้ตอบคำถามอย่างเดียว
ตอนนี้แทบทุกองค์กรกำลังใช้ AI อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นให้พนักงานใช้ AI ช่วยเขียนงาน วิเคราะห์ข้อมูล ทำรายงาน หรือแม้แต่เริ่มทำ Automation ในบางกระบวนการ แต่คำถามสำคัญคือ… ทำไมทั้งที่ “ใช้ AI แล้ว” องค์กรกลับยังทำงานเหนื่อยเหมือนเดิม กระบวนการยังไม่ลื่นขึ้นจริงและ Digital Transformation ก็ยังไม่เกิดอย่างที่คาดหวัง หลายองค์กรเข้าใจว่าแค่มี AI เข้ามา ก็เท่ากับกำลังทำ Digital Transformation แต่ในความเป็นจริง การใช้ AI กับการเปลี่ยนองค์กรด้วย AI เป็นคนละเรื่องกัน หากใช้ผิดจุด ผิดวิธี หรือผิดลำดับ AI จ
หลายองค์กรลงทุนกับ Digital Transformation ไปไม่น้อย ทั้งระบบใหม่ เครื่องมือใหม่ และเทคโนโลยี AI ที่ดูทันสมัย แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่า การทำงานจริงแทบไม่เปลี่ยน พนักงานยังทำงานแบบเดิม ใช้เวลาประชุมเท่าเดิม และการตัดสินใจก็ยังช้าเหมือนเดิม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “องค์กรมี AI หรือยัง” แต่คือ องค์กรใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานจริงหรือไม่ ปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะหลายองค์กรเริ่มต้นผิดจุด การนำ AI มาใช้โดยไม่ปรับวิธีคิด โครงสร้างกระบวนการ และพฤติกรรมการทำงาน ย่อมไม่ก่อให้เกิด Digital Transformat
การทำงานที่ดี ไม่ได้หมายถึงการทำงานให้หนักขึ้น แต่คือการทำงานให้ “ฉลาดขึ้น” และหนึ่งในตัวช่วยที่กำลังเปลี่ยนวิธีทำงานของทีมไปอย่างชัดเจนคือ AI ให้เข้ามาเป็นผู้ช่วยที่อยู่ในขั้นตอนเล็ก ๆ ของงานประจำวัน ตั้งแต่งานเอกสาร การสื่อสาร ไปจนถึงการวิเคราะห์ผลลัพธ์ของทีม บทความนี้จะพาไปดูว่า AI สามารถช่วยเพิ่ม Productivity ให้ทีมงานได้อย่างไร แบบที่จับต้องได้ วัดผลได้ และนำไปใช้ได้จริงกับการทำงานในชีวิตประจำวันไปดูกันเลย ทำไม AI ถึงช่วยเพิ่ม Productivity ให้ทีมงานได้จริง ปัญหาการทำงานของทีมในยุคที่งา
คำว่า Digital Transformation กลายเป็นคำที่ทุกองค์กรพูดถึง แต่มีเพียงไม่กี่องค์กรเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนผ่านได้อย่างแท้จริง หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการนำเทคโนโลยีมาใช้โดยไม่ได้สร้าง “ผลลัพธ์ทางธุรกิจ” ที่ชัดเจน โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ AI เข้ามามีบทบาทอย่างมาก องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการทำ Digital
ในวันที่เทคโนโลยีสามารถสร้างภาพยนตร์จากข้อความเพียงไม่กี่ประโยค “Sora AI” ของ OpenAI ได้กลายเป็นที่จับตามองของทั้งวงการภาพยนตร์ โฆษณา และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ทั่วโลก ความสามารถในการสร้างวิดีโอแบบสมจริง เสมือนถ่ายทำจริงโดยไม่ต้องมีทีมงานหรือกล้องสักตัว ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า แล้วบทบาทของ “ช่างภาพ” และ “โปรดิวเซอร์” ในยุคนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป? Sora AI กำลังเข้ามา แย่งงาน มืออาชีพเหล่านี้ หรือแท้จริงแล้ว กำลังจะกลายเป็นเครื่องมือ เสริมทัพ ที่ทรงพลังในการเปลี่ยนวิธีคิดและสร้างงานของคนเบื้องหลัง?
ในยุคที่การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด หนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังสร้างความสั่นสะเทือนและจุดประกายความสนใจไปทั่วโลกคือ Sora AI เทคโนโลยีสุดล้ำจาก OpenAI ที่มีความสามารถในการ สร้างวิดีโอจากข้อความ (text-to-video) ได้อย่างน่าทึ่ง คำถามที่หลายคนในวงการสร้างสรรค์ รวมถึงผู้ที่ประกอบอาชีพอย่างช่างภาพ (ตากล้อง) และโปรดิวเซอร์ต่างกำลังตั้งคำถามคือ "Sora AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอาชีพเหล่านี้ไปอย่างไร?" และที่สำคัญกว่านั้นคือ "อาชีพเหล่านี้จะยังคงอยู่หรือไม่ หรือจะถูกแทน
การทำธุรกิจทุกวันนี้ การทำงานแบบอัตโนมัติ (Automation) เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ SME ประหยัดเวลา ลดต้นทุน และทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่มีทีมงานไม่มาก หรือมีงานที่ต้องทำซ้ำบ่อย ๆ การมีระบบมาช่วยจัดการขั้นตอนเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณโฟกัสกับเรื่องที่สำคัญกว่า เช่น การขาย การบริการลูกค้า หรือการพัฒนาสินค้า นอกจากระบบ Automation แบบทั่วไปแล้ว เทคโนโลยีอย่าง AI Agent ยังเข้ามาช่วยยกระดับการทำงานด้วยการ “คิด วิเคราะห์ และตัดสินใจ” อัตโนมัติตามสถานการณ์จริง ซึ่งช่วยให้ระบ
เมื่อก่อน SME ต้องวิ่งเองทุกงาน ทั้งขายเอง ตอบแชทเอง ทำบัญชีเอง ประชุมเอง แก้ปัญหาเอง... แต่ในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกการทำงานได้แบบไม่ต้องรอใคร AI Agent กำลังกลายเป็นเครื่องมือใหม่ที่ SME ต้องหันมามองอย่างจริงจัง AI Agent คือผู้ช่วยเสมือนที่ไม่เพียงแค่ตอบคำถามลูกค้า แต่ยังสามารถทำงานอัตโนมัติแทนมนุษย์ได้หลายรูปแบบ ทั้งงานบริการ งานหลังบ้าน หรือแม้แต่งานวิเคราะห์ข้อมูลที่เคยคิดว่า “ต้องคนเท่านั้น” ถึงจะทำได้ดี หลายคนอาจคิดว่าเรื่อง AI เป็นของยาก ต้องมีทีมไอที ต้องเขียนโค้ด ต้องลงทุนเยอะ… แต่ค
เปิดเหตุผล VGI ลงทุนเพิ่มธุรกิจ Virtual Bank ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและแนวโน้มการใช้บริการทางการเงินดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้น ธนาคารไร้สาขาหรือ Virtual Bank ได้กลายเป็นแนวทางใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในตลาดการเงินทั่วโลก VGI Global Media (VGI) หนึ่งในบริษัทชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านสื่อและการโฆษณา ได้ตัดสินใจลงทุนในธุรกิจ Virtual Bank เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดการเงินดิจิทัล รู้จักกับ VGI ว่าคือใคร เกี่ยวข้องกับ V
Google Workspace หรือ Microsoft 365 ระบบไหนตอบโจทย์การทำงานในองค์กรของคุณ การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมสำหรับการทำงานในองค์กรสามารถมีผลกระทบอย่างมากต่อประสิทธิภาพและความสะดวกในการดำเนินงานของทีมในแต่ละวัน สองตัวเลือกยอดนิยมในปัจจุบันคือ Google Workspace และ Microsoft 365 ซึ่งทั้งสองแพลตฟอร์มนี้เสนอเครื่องมือที่ครอบคลุมและมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์สำหรับการจัดการอีเมล การทำงานร่วมกันของทีม การจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ในบทความนี้เราจะพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียของแต่ละ
Google Workspace คืออะไร? ทำไมหลายองค์กรยอมจ่ายเพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น Google Workspace คืออะไร? ชุดเครื่องมือและบริการคลาวด์ที่ Google พัฒนาเพื่อช่วยให้การทำงานร่วมกันและการจัดการข้อมูลในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยรวมเครื่องมือต่าง ๆ ที่เป็นที่รู้จักดี Google Workspace มีเครื่องมืออะไรบ้าง Google Workspace (เดิมชื่อ G Suite) เป็นชุดของเครื่องมือและบริการคลาวด์ที่พัฒนาโดย Google เพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจและองค์กร ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ดังนี้: 1. Gmail